อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล

ในความคิดเห็นส่วนตัวผมเอง “อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล” เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องรู้เพียงอย่างเดียวเรื่องเดียว “ฟังดูเหมือนย้อนแย้ง”

อันที่จริงแล้ววิธีใช้แนวคิดนี้ให้ถูกต้องก็คือ ในช่วงที่เรากำลังศึกษาสิ่งนั้น พยายามศึกษาฝึกฝนในเรื่องเรื่องเดียวให้ลึกจนเชี่ยวชาญเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งระหว่างนั้นเราก็ยังทำอย่างอื่นเพื่อใช้ชีวิตไปด้วยก็ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะหน้าที่การงาน ออกกำลังกาย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว รวมถึงพักผ่อน ตามสมควร

เพียงแต่ขอให้จดจ่อกับสิ่งที่ทำ ณ เวลานั้น เท่านั้นเอง

เพราะเมื่อเรารู้แก่นรากฐาน (fundamental) ของความรู้นั้นจะทำให้เรา “ไม่กลวง” และนำไปต่อยอด เพื่อพัฒนาสิ่งใหม่ได้ โดยติดเพดานความรู้ที่มาแบบฉายฉวย ซึ่งแน่นอนสิ่งที่ได้มาแบบฉาบฉวยมันใช้หากินได้ “แต่มันไม่สุดทาง”

เมื่อถึงจุดนึงมันจะตัน ไม่ต่อเนื่องไปต่อยาก “ฉุดรั้งการเติบโตและเรียนรู้”

และถ้าเราอยากไปต่อเชื่อเถอะว่า เราก็ต้องย้อนกลับมาศึกษาให้เชี่ยวชาญอยู่ดี มันไปต่อไม่ได้จริงๆ อาจจะยกเว้นพวกใช้เส้นสายพวกพ้อง ถ้าจะใช้แนวนั้นก็ได้ถ้าคิดว่าสิ่งที่ได้มานั้นมันมีคุณค่าและเติมเต็มในชีวิต


นอกเหนือจากการศึกษาด้วยตัวเอง วิธีทำให้เก่งขึ้นหรือพัฒนาขึ้นนั้นก็คือ พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่สู้ขึ้นเสมอ นั่นทำให้เราได้เรียนรู้จากคนอื่นรวมถึงเนื้องาน นอกจากคนอื่นจะช่วยเราแล้วเราก็จะมีประสบการณ์และทักษะบางอย่างที่ติดตัวมา (แต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน) ซึ่งมันจะสามารถนำไปช่วยคนอื่นด้วยในที่แห่งนั้นด้วยเช่นกัน เกื้อกูลกันพากันยกระดับความสามารถทำให้งานดีขึ้นไปเรื่อยๆ

ในมุมมองของตัวผมเอง มีบางครั้งจ้องมองแต่ตัวเงินเป็นที่ตั้ง อายุเท่านี้ต้องได้เงินเดือนเท่านี้ แต่ความรู้ที่มีมันกลวงรู้แบบทำได้หลายอย่าง แต่ไม่สุดสักอย่าง เมื่อถึงตำแหน่งนึงที่เงินเดือนสูงมันจะตัน ขึ้นสูงกว่านี้ไม่ได้ เพราะความสามารถที่มีมันไม่ใช้ไม่ได้กับภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ (เก่งไม่จริง) แก้ปัญหางานได้แต่จะเน้นถึก มันก็เหมือนคนเน้นออกแรงกาย แต่ไม่ใช้เครื่องทุ่นแรงทำไปสักหลายปีจะหมดแรงและหมดไฟไปในที่สุด

ถ้าเป็นคนหัวช้าก็ต้องทุ่มเทลงเวลามากกว่าคนอื่น เคยได้ยินคนประสบความสำเร็จมักพูด “เก่งไม่กลัวกลัวขยัน” ขยันเรียนรู้เข้าไว้ได้กับตัวเราทั้งนั้น

ดังนั้น การรู้รอบหลายอย่างมันมีข้อดีนะครับ แต่เชื่อเถอะว่า… “ถ้าเรามีท่าไม้ตายประจำตัว” เวลาไปจับอะไรเพื่อพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่เราเชี่ยวชาญมันดีกว่าแน่นอน

Photo by Daniel Chekalov on Unsplash